Search
Advertisement
Categories

Week 2 – College & Intermediate

90%ของนักเรียนที่นี่ เดินมาโรงเรียนกัน  ถนนในเมืองนี้จะไม่ใช่ถนนเรียบ จะโค้งเป็นเนินเขา ขึ้นๆลงๆ  ตอนเช้าจะมีแต่นักเรียนเดินเต็มไปหมด คนที่นี่เดินกันเป็นชีวิตจิตใจ เหมือนกับที่คนเราต้องกินอาหาร ยังไงยังงั้น คือเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตเลย เด็กที่นี่จึงแข็งแรงมาก  วันอาทิตย์แรกที่เราไป Mt. Eden เราก็เห็นคนเดินบ้าง วิ่งบ้าง ขึ้นไปบนยอดเขาซึ่งสูงมากเป็นการออกกำลังกาย  อาจจะเป็นเพราะอากาศที่นี่ดี เย็นสบาย

ในชั่วโมง PE (พละ) ก่อนเล่นกีฬาทุกชนิด ครูทุกชั้น จะให้นักเรียนวิ่งรอบสนาม (ซึ่งใหญ่มาก) ก่อน  ทุกๆวิชาที่นี่เค้าสอนกันจริงจังมาก ไม่มีเหยาะแหยะ หรือแค่คำโฆษณาเหมือนบางโรงเรียนในบ้านเรา ที่โฆษณาว่า ว่ายน้ำ ภาษาอังกฤษ ดนตรี ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แล้วให้เรียนแบบขำๆ

ชั่วโมงพละเรียนกีฬาชนิดต่างๆ กันจริงจังมาก เช่น บาสเก็ตบอล รักบี้ cricket แล้วเวลาเล่นกีฬาบนสนามหญ้าเค้าให้เด็กถอดรองเท้าด้วย  ประมาณว่าให้อยู่กับธรรมชาติจริงๆ  ช่วงแรกๆเด็กเราบ่นกันมากว่าเหนื่อย โอมนี่ไม่อยากเล่นเลย เด๋วนี้ก็เล่นกีฬากันทุกคน และบ่นน้อยลง

เอี๋ยวมาบอกครูป้านว่า ในห้องแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มนึงเล่นรักบี้ อีกกลุ่มเล่นบาสเก็ตบอล เอี๋ยวอยากขอเปลี่ยนไปอยู่กลุ่มบาสเก็ตบอล  ตูนได้ยิน จึงบอกเอี๋ยวว่า เรียนไปเหอะ เดี๋ยวกีฬามันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเปลี่ยนกลุ่มหรอก ตูนนี่จากเดิมเป็นเด็ก Homesick เดี๋ยวนี้เป็นผู้ให้คำแนะนำเพื่อน และมีความเป็นผู้นำสูงทีเดียว ครูป้านแนะนำให้เอี๋ยวไปพูดกับครูประจำชั้นเองก่อน เอี๋ยวกลับมารายงานว่าไปคุยเรียบร้อยแล้ว ครูเปลี่ยนกลุ่มให้แล้วครับ  เก่งมาก

วิชา Hard Tech (งานไม้), Soft Tech (เย็บปักถักร้อย), Food Tech (ทำอาหาร), Drama & Dance, และดนตรี ที่นี่เรียนกันแบบรู้ลึกรู้จริง และสามารถนำไปใช้งานได้จริง

วันพุธบ่ายในชั่วโมงภาษาอังกฤษ มิสโมนิก้า ซักถามเด็กๆทุกคนว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง ชอบครูไม๊ ชอบเพื่อนไม๊ มีปัญหาอะไรกันบ้าง เด็กๆแย่งกันพูด (ภาษาอังกฤษ) อันไหนพูดอังกฤษไม่ได้ก็หันมาให้ครูป้านช่วย เอี๋ยวพยายามอธิบายว่าในห้องเรียนมีเด็กผู้หญิงคนนึงดื้อกับครู เอี๋ยวใช้คำแทนเด็กผู้หญิงว่า my girl friend  เพื่อนก็ฮากันแทบจะตกเก้าอี้ เอี๋ยวอธิบายต่อว่าครูประจำชั้นโทรหาใครก็ไม่รู้ สักพักมี The Matrix มาที่ห้องเรียน กวักมือเรียกเด็กผู้หญิงคนนั้นออกมา  มิสโมนิก้าถาม “What is the Matrix?” เอี๋ยวอธิบายว่า เป็นผู้ชายมาดเข้ม ใส่แว่นดำ มิสโมนิก้าจึงถึงบางอ้อ เป็นบรรยากาศที่สนุกสนานมาก

แนนซี่เล่าว่า เพื่อนผู้หญิงในห้องไม่ค่อยคุยกับเธอเท่าไหร่ แต่เพื่อนผู้ชายจะคุยมากกว่า มิสโมนิก้าเลยแซวว่า อ๋อ your boy friend!!!  สรุปว่าแนนซี่กับเอี๋ยว มี boy friend กับ girl friend ไปเรียบร้อยแล้ว  ฮากันตรึม…

บางวันครูป้านจะไม่เห็นหน้าแบมบี้ตอนพักกลางวันเลย หรือบางทีทั้งวัน เพราะเธอไปเล่นกับเพื่อนฝรั่งอย่างสนุกสนาน ไม่มาเล่นกับเพื่อนไทยเลย  เช่นเดียวกันกับวินและฟัดจี้ ที่มนุษย์สัมพันธ์ดีมาก มีเพื่อนฝรั่งเยอะมาก ต้นไทรก็ไทยบ้างฝรั่งบ้างแล้วแต่โอกาสและอารมณ์  ตูนกับคะน้ากินอาหารกลางวันกับเพื่อนฝรั่งที่หน้าห้องเรียนแล้วถึงจะออกมา เล่น

ครูป้านได้รับคำชมจากครูหลายคนว่าเด็กเราทำงานเรียบร้อยมากโดยเฉพาะงาน เขียน วันอาทิตย์ที่ 25 เมษา เป็นวัน Anzac Day (คล้ายๆวันทหารผ่านศึกบ้านเรา)  ทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ให้ความสำคัญกับวันนี้มากพอๆกับวันชาติ  ตูนกับน้ำผึ้งเอาผลงานเขียนมาอวดครูป้าน ห้องตูน ครูให้เขียนเกี่ยวกับถ้าเราอยู่ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร ส่วนน้ำผึ้งเขียนเกี่ยวกับการทำ Anzac Biscuit  ครูป้านเห็นผลงานเด็กแล้วก็ยิ้มแก้มปริ

ครูป้านพึ่งออกกฎไปว่า ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 3 พค. เป็นต้นไป ให้ทุกคนกินอาหารที่หน้าห้องเรียนเหมือนเพื่อนฝรั่งคนอื่นๆ แล้วให้แยกย้ายกันไปเล่นเลย ไม่ต้องมารวมกลุ่มกัน ครูป้านเองก็จะไม่มากินกลางวันกับเด็กๆแล้ว (คงต้องเริ่มแอบซ่อนตัว คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องปล่อยให้เด็กๆใช้ชีวิตเหมือนเด็กที่นี่กันบ้าง ตั้งใจว่าจะเจอกันตอนเช้าก่อนเข้าเรียน และตอนเลิกเรียน) ถ้าทุกคนทำได้ ครูป้านจะพาไปเล่นโบว์ลิ่งฟรี และดูหนังฟรี

มีอยู่วันนึง ตูน โอม เอี๋ยว ไปร้านซูชิ แล้วแชร์ค่าอาหารกัน ครูป้านเห็นก็แนะนำว่า ต่างคนต่างซื้อดีกว่าไม๊ เพราะพอจะรู้นิสัยการกินของตูนกับโอมอยู่บ้าง  เด็กๆยืนยันว่าจะแชร์กัน ครูป้านก็ไม่ว่าอะไร  หลังจากนั้นมา ตูนชอบพูดบ่อยๆ (เสียงดังด้วย) ว่า วันนั้น ผมออกมากสุดกินน้อยสุด โอมออกปานกลางกินมากสุด เอี๋ยวออกน้อยกินปานกลาง ช่างคิดจริงๆ ตูนพูดอย่างงี้หลายครั้ง จนครูป้านบอกว่า “ก็เตือนแล้วใช่ไม๊ว่าให้ต่างคนต่างซื้อ ก็ไม่เชื่อ”  ตูนบอก “ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ครับ”  โอมกับเอี๋ยวเลยโวย “โห ไม่ได้ว่านะเนี่ย พูดอยู่นั่นแหละ” ตูนเลยเงียบไปได้

โอมบอก ครูป้านครับ ครูป้านเปลี่ยนโฮสต์ให้ตูนเถอะครับ ครูป้านตกใจ ถามว่ามีปัญหาอะไรหรอ โอมพูดต่อ “เค้าชอบมาแย่งของผมกินอยู่เรื่อยเลยครับ แสดงว่าโฮสต์เค้าให้อาหารมาไม่พอ”

  • ตูน:       เฮ้ย!!! มั่วแล้ว  ไม่ย้ายๆ โฮสต์ผมดีอยู่แล้วครับ โอมมันมั่ว!!
  • โอม:     เออ..คราวหน้าก็อย่ามาแย่งของกินดิ

โฮสต์ของวินกับฟัดจี้เล่าว่า ตอนเช้าฟัดจี้จะทาครีมบำรุงผิว ตัวหอมเชียว ส่วนวินหัวยุ่งผมเผ้าไม่ได้หวี แต่ 2 หนุ่ม 2 มุม นี้ก็เข้ากันได้ดีมาก ไม่มีปัญหาเลย วันก่อนครูป้านให้มาม่าวินกับฟัดจี้ไป วินเลือกต้มยำ ส่วนฟัดจี้ได้หมูสับไป โฮสต์เล่าว่า วินกินมาม่าต้มยำ เหงื่อท่วม น้ำตาไหล หน้าแดงก่ำ โฮสต์ตกใจถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า วินบอกไม่เป็นไร มันเผ็ดมาก

ส่วนโฮสต์ต้นไทรบอกต้นไทรซนมาก กระโดดโลดเต้นตลอดเวลา ต้นไทรนี่เวลาครูป้านเข้าไปถ่ายรูปในห้องเรียน จะต้องหาเรื่องมาถามมาคุยกับครูป้านซะทุกครั้ง ครูป้านต้องบอกว่ากำลังเรียนอยู่หามลุกมา รอไว้คุยกันตอนพัก

เย็นวันพุธ หลังเลิกเรียน ครูป้านมีรายการเสริมไป shopping ที่ Fraser Cove ซึ่งจะมี Countdown Supermarket, The Warehouse, Edex Toys, Kiwi Pet Shop, 2 Dollars Shop และร้านอาหาร โรงเรียนจัดรถไปส่งให้ ขากลับให้โฮสต์มารับที่ Fraser Cove นอกจาก 3 หนุ่ม เพชรใหญ่ เบน ฟลุค ที่วันนี้โฮสต์ไม่ว่างมารับ บาบาร่าก็อาสาไปส่งให้ที่บ้าน

วันนี้ครูปุ่นเหมือนตู้ ATM เคลื่อนที่ ลูกค้าไม่ต้องเดินมากด แต่ตู้เดินไปหาลูกค้าเอง เด็กๆแยกย้ายกันเดินช้อปปิ้ง ครูป้าน กับครูปุ่นก็เดินไปเดินมา เดี๋ยวก็จะมีคนโทรถามครูป้านว่าเห็นครูปุ่นไม๊ เงินหนูไม่พอ ครูป้านก็จะโทรตามครูปุ่นให้

มีเด็กผู้ชายกลุ่มใหญ่วิ่งมาหาครูป้านบอกร้าน Edex Toy เค้าไม่ให้ผมเข้า เค้าบอกว่าให้เอาพ่อแม่มาด้วย ครูช่วยไปเป็นแม่ผมหน่อย  ครูป้านพาเด็กๆไป เด้กผู้ชายรุมซื้อเจ้าลูกบอลใสๆกันใหญ่ บอกราคาถูกแค่ 7 ดอลล่า ที่ไทยแพงมาก ระหว่างเด็กๆรอเข้าคิวกันจ่ายเงิน ฟัดจี้บอก ครูป้านครับ ครูป้านหมดประโยชน์แล้วครับตอนนี้ ??!!!??!

ครูป้านเจอ café ร้านนึงดูน่ากิน เลยเดินเข้าไปซื้อ ice chocolate คนขายบอกว่า ต้อง take away อย่างเดียวเลยนะ จะปิดร้านแล้ว  พอดีมาเจอกับเพชรเล็กและพราว ให้สองคนนี้ลองชิมดู บอกอร่อยมาก สองคนนี้เลยเดินไปซื้อมา หลุยส์มาเห็นอีกคนเลยได้ไปซื้อมาอีก 1 แก้ว คนขายบอกว่าของหลุยส์เป็นคนสุดท้ายแล้วนะ ไม่ขายให้ใครแล้ว จะปิดร้านแล้ว

———————————————————-

ลืมเล่าเรื่องฟัดจี้  แอนด์ เดอะแก๊ง ไป  ฟัดจี้ วิน ตูน เอี๋ยว โอม เข้าไปในแผนกของเล่นของ The Warehouse แล้วก็โทรตามเรียกใช้บริการครูป้านอีก ให้รีบมาเร็วๆ จะให้ช่วยวิเคราะห์ของที่อยากได้  ครูป้านก็รีบเดินไปหา ปรากฏว่าพวกเธออยากซื้อปืนอันใหญ่เอาการอยู่ ราคาประมาณ 80 ดอลล่า กระสุนมี 2 แบบ แบบโฟม กับแบบพลาสติก  ครูป้านกลัวจะมีปัญหาที่สนามบินโอคแลนด์จัง  คุณแม่ฟัดจี้บอกไม่เป็นไร น่าจะเอามาได้   ฟัดจี้ซื้อเป็นคนแรก  แต่ครูป้านว่าถ้าซื้อกันทุกคนนี่เหมือนกองทหารจะไปรบเลย ส่วนคนอื่นๆ ครูป้านบอกให้คิดให้ดีก่อน ของมันราคาแพง ถ้าอยากได้จริงๆ ค่อยให้โฮสต์พากลับมาซื้อ  โอมแค่เป็นผู้สังเกตุการ ไม่ได้อยากได้ ส่วนต้นไทร ตูน วิน ก็โอเค ขอไปคิดดูอีกที

กลับถึงบ้าน ฟัดจี้รีบแกะปืนมาเล่น โฮสต์เลยต้องออกกฎ ห้ามยิงแมว ห้ามยิงหน้า ในบ้านให้ยิงลูกโฟมเท่านั้น ถ้าจะยิงลูกพลาสติกต้องออกไปยิงข้างนอก  โฮสต์บอกอีกว่า วินกับฟัดจี้เอากระสุนโฟมยิงรัวเด็กเกาหลีที่อยู่ด้วยกันอย่างเมามัน สนุกเค้าหละ

———————————————————-

เช้าวันพฤหัสฯ ทั้งครูป้านและครูปุ่นไปที่ college ครูป้านพาหลุยส์ที่เหล็กจัดฟันหลุดออกมา 1 ชิ้น ไปร้านหมอฟันในเมือง ระหว่างนั่งรอเจ้าหน้าที่โรงเรียนที่จะพาหลุยส์ไปหาหมอ หลุยส์หยิบกล่องอาหารขึ้นมา บอกหิว (เก้าโมงเช้า)หยิบชอคโกแลตใส่ปาก ครูป้านอ้าปากจะห้าม แต่ไม่ทันซะแล้ว หลุยส์กินไปแล้ว  หลุยส์คะ หลุยส์จะไปหาหมอฟันไม่ใช่หรอคะ แล้วกินชอคโกแลตเข้าไปเนีย มันก็ไปติดเหล็ก ติดฟัน ไม่อายหมอหรอคะ หลุยส์ทำตาโตบอกลืมสนิท ครูป้านให้ไปบ้วนปาก ใช้นิ้วถูๆเอา เฮ้อ!! น่าตีจริงๆเลย คลีนิคอยู่บนตึกเห็นวิวทะเลสาบสวยดี ทีแรกครูป้านก็ใจไม่ค่อยดี กลัวจะแพงมาก เพราะอย่างที่รู้กันว่าค่าทำฟันเมืองนอกแพงมาก  ตอนโทรมาได้สอบถามราคา แต่ทางคลีนิคเค้าก็ไม่สามารถบอกราคาได้ ต้องมาดูก่อน ปรากฏว่าคุณหมอใจดีไม่คิดสตางค์เลยค่ะ โชคดีไป ส่วนครูปุ่นพาแสตมป์ไปหาหมอรอบสอง แสตมป์เจ็บคอ และตอนนี้เริ่มไอ รอบแรกไปตอนประมาณวันที่สองที่มาเรียน แต่ยาคงอ่อนไป ไม่หาย เลยได้ไปอีกรอบ คราวนี้ ก็หวังว่าจะดีขึ้น

วันศุกร์ครูป้านขอพาเด็กๆโดดเรียน 1 วัน ไป Bay Fair Shopping Mall ที่ Bay Fair นี่จริงๆตั้งใจว่าจะแวะตอนขากลับจากทริปวันเสาร์  แต่มาคิดดูอีกที ไม่อยากให้ทริปวันเสาร์ rush มากเกินไป ส่วนวันอาทิตย์ก็อยากให้เด็กๆใช้ชีวิตอยู่กับโฮสต์ เลยไปวันศุกร์ดีกว่า  ครูป้านเคยไป Bay Fair มาแล้ว รู้ว่าเด็กๆต้องชอบที่นี่แน่ๆ ใน shopping mall มีร้านค้าน่าสนใจมากมาย, มีห้าง Farmers, มี food court และร้านอาหารหลากหลาย, มีร้านไอศกรีมที่อร่อยมาก การดูแลเด็กๆก็ง่าย เพราะเป็นสถานที่ indoor จากนั้นตอนบ่ายสามโมงครึ่ง ครูป้านจะพาเด็กๆไปเล่นน้ำที่ Bay Wave อยู่ใกล้ๆกัน Bay Wave เป็น Indoor Hot Pool และมี Slider อันสูงใหญ่ 1 อัน วันนี้ครูป้านเช็คราคา เค้ามีราคาแบบว่ายน้ำอย่างเดียว กับว่ายน้ำ + เล่น Slider ก็แปลกดี ค่าเล่นน้ำนี่ครูป้านจ่ายให้ค่ะ ตอนเช้าเราจะขึ้นรถเมล์ไปกัน ให้เด็กได้มีประสบการณ์ใหม่ๆ เราต้องขึ้นรถเมล์จากโรงเรียนไป Tauranga และเปลี่ยนรถจาก Tauranga ไป Bay Fair ตอนเย็นโฮสต์มารับที่ สระว่ายน้ำ Bay Wave ค่ะ

วันนี้ กลับถึงบ้านได้แปบเดียว เอี๋ยวโทรมาบอกไม่สบาย ตัวร้อน และเจ็บคอ ตอนอยู่ที่โรงเรียนเอี๋ยวบอกเจ็บคอ แต่ไม่มีอาการไม่สบายอย่างอื่นเลย พอกลับถึงบ้านก็ตัวร้อน เอี๋ยวค่อนข้างกังวล บอกว่า บอกโฮสต์แล้ว ไม่รู้โฮสต์จะมียาลดไข้หรือเปล่า คือกังวลล่วงหน้าไปก่อน ครูป้านบอกใจเย็นๆรอโฮสต์ก่อน แล้วเดี๋ยวครูป้านจะโทรหาอีกที  พอครูป้านเจอกับบาบาร่าคุยกันแล้วก็ตัดสินใจไปรับน้องไปหาหมอเลย เพราะกลัวเอี๋ยวจะกังวล  หาหมอเสร็จพาเอี๋ยวไปซื้อแกงจืดที่ร้านอาหารไทย น้องจะได้กินคล่องๆคอ จริงๆในเมนูไม่มีแกงจืด แต่เชพอุตส่าห์ทำให้ เป็นแกงจืดวุ้นเส้น หมูสับ  ครูป้านชวนเอี๋ยวมานอนด้วย แต่เอี๋ยวไม่ยอมมา บอกถ้าแปลกที่แล้วนอนไม่หลับ ครูป้านเลยพากลับไปส่งบ้าน ครอบครัวนี้ใส่ใจน้องมากๆ น่ารักมาก ครูป้านเชื่อว่า เค้าจะดูแลน้องเป็นอย่างดี ไม่น่าเป็นห่วงอะไร  ตอนที่ไปรับเอี๋ยว ครูป้านถามโอมว่าจะไปด้วยกันไม๊  โอมบอกอยากไปดูหมอนิวซีแลนด์ว่าเป็นไง  พอซื้อยาตามใบสั่งแพทย์เสร็จ โอมบอกยาเอี๋ยวน่ากินมาก แต่เอี๋ยวท่าทางจะกินยายากอยู่ ทำหน้าเบ้  ครูป้านกลัวโอมจะแย่งยาเอี๋ยวกินจังเลย  ขอให้เอี๋ยวหายเร็วๆนะคะ จะได้กลับมาซนได้อีก

———————————————————-

ป้ายน้อยคะ ที่ฝากบอกสามหนุ่ม เพชรใหญ่ เบน ฟลุค ว่าไม่ต้องชูสองนิ้วแล้วเวลาถ่ายรูป ครูป้านบอกให้แล้วนะคะ  เค้าบอกต่อไปจะชูนิ้วเดียวค่ะ

มีใครสังเกตไม๊ว่า ต้นไทรใส่เสื้อแดงตลอด   วันแรกที่มาถึงต้นไทรออกตัว  “ผมชอบสีแดง แต่ไม่ใช่พวกเสื้อแดงนะครับ”  เด็กๆหลายคนแซวว่าต้นไทรเก็บกด อยู่เมืองไทยใส่ไม่ได้ เลยมาใส่ที่นี่   เอี๋ยวบอกว่าจะเอาสติ๊กเกอร์ยุบสภามาติดเสื้อต้นไทร

———————————————————-

เด็กโตที่ college ครูป้านจะ upload รูปมาให้ดูซะส่วนใหญ่นะคะ ไม่ได้เขียนอะไรมากค่ะ  เพราะเกรงว่าวัยรุ่นจะไม่ชอบให้ยุ่งเรื่องส่วนตัวมากนัก  แต่ดูแลให้อย่างใกล้ชิดเช่นกันค่ะ ไม่ต้องห่วง

———————————————————-

วันพุธที่ College ใจดีเลี้ยง Fish & Ship เด็กเรากับบัดดี้เป็นอาหารกลางวัน

ซากกีวี่

English Class at Otumoetai Intermediate

Fraser Cove

เพชรใหญ่เอามาม่าต้มยำขยำๆให้ละเอียดใส่เครื่องปรุงแล้วเอามาให้เพื่อนฝรั่ง กินกัน บัดดี้ของฟลุคลองกินคนแรก  หุบปากไม่ลงเลย  ดิ้นไปดิ้นมา แบบเผ็ดมาก  ส่วนบัดดี้เพชรเล็กลองกินบ้าง แต่ก็โอเคไม่เป็นไร  วันต่อมา เพชรเอามาม่ามาอีก คราวนี้เทใส่มือบัดดี้ของฟลุคเลย บัดดี้ของฟลุคเหมือนกลั้นหายใจแล้วกินเข้าไปทั้งหมด หน้าแดงก่ำ

Leave a Reply